ทองโลก 4,366 ดอลลาร์/ออนซ์ บาททองคำ ≈68,500 (คำนวณ) BTC/USD 76,838
ข้อมูล ณ 11 ก.ย. 2569● คำนวณเองทุกตัวเลข
หน้าแรก/บทความ/การเงินครอบครัว · สถิติย้อนหลัง 20 ปี
การเงินครอบครัว · สถิติย้อนหลัง 20 ปี

เก็บให้ลูกวันละ 20 บาท 11 ปี — ฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยวันละ 27 สตางค์ และตัวเลขอีกด้านที่คนไม่ค่อยพูด

เผยแพร่ 2026-08-18·ทีม Levels & Waves·ตัวเลขทุกตัววัดจากข้อมูลจริง
เก็บให้ลูกวันละ 20 บาท 11 ปี — ฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยวันละ 27 สตางค์ และตัวเลขอีกด้านที่คนไม่ค่อยพูด

สมมติคุณเริ่มเก็บเงินให้ลูกวันละ 20 บาท ตั้งแต่เขาอายุ 7 ขวบ จนถึง 18 ปี เท่ากับเดือนละ 600 บาท เป็นเวลา 11 ปี เงินที่ใส่ไปทั้งหมดคือ 79,200 บาท

ถ้าเงินก้อนนั้นนอนอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ตลอด 11 ปี ดอกเบี้ยที่ได้ทั้งหมดคือ 1,089 บาท เฉลี่ยแล้ว วันละ 27 สตางค์

บทความนี้ไม่ได้เขียนเพื่อบอกว่าธนาคารไม่ดี และไม่ได้เขียนเพื่อเชียร์หุ้น แต่จะวางตัวเลขจริงทั้งสองด้านให้ดู รวมถึงด้านที่บทความสอนออมเงินส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูดถึง คือด้านที่ลงทุนแล้วขาดทุน

ข้อมูลที่ใช้: ดัชนีหุ้นไทยรายวัน 4,844 แท่ง ย้อนหลัง 20 ปี (ส.ค. 2549 - ส.ค. 2569) · ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารใหญ่ 4 แห่ง ณ 31 ก.ค. 2569 (ธปท.) · เงินเฟ้อทั่วไป ก.ค. 2569 (กระทรวงพาณิชย์) · ผลตอบแทนทุกตัวคำนวณใหม่เองจากข้อมูลดิบ ไม่ได้อ่านจากที่ไหน

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ "ออมน้อยไป" แต่คือดอกเบี้ยแพ้เงินเฟ้อ

ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ของธนาคารใหญ่สี่แห่งอยู่ที่ 0.25% ต่อปี ฝากประจำ 12 เดือนอยู่ที่ 0.75% ต่อปี ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปเดือนกรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 1.95%

เอาสองตัวนี้มาลบกัน จะได้ตัวเลขที่สำคัญที่สุดของเรื่องนี้: เงินที่นอนอยู่ในบัญชีออมทรัพย์กำลังมีอำนาจซื้อลดลงราว 1.70% ทุกปี ไม่มีใครขโมยไป แต่มันซื้อของได้น้อยลงเรื่อย ๆ

ภาพเปรียบเทียบกระปุกออมสินที่ปิดสนิทและมีแสงรั่วไหลออกทางก้น กับภาชนะที่เปิดอยู่และมีสายแสงไหลขึ้นเป็นเส้นโค้ง
เก็บเฉย ๆ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย - เงินยังอยู่ครบ แต่สิ่งที่มันซื้อได้ลดลงทุกปี

เงินก้อนเดียวกัน 79,200 บาท อยู่ใน 5 ที่ ได้ต่างกันแค่ไหน

เราทดสอบกับช่วงเวลาจริง กันยายน 2558 ถึง สิงหาคม 2569 ไม่ใช่ตัวเลขสมมติ:

เอาไปไว้ที่ไหนปลายทาง (บาท)หมายเหตุ
กระปุกออมสิน79,200อำนาจซื้อจริงเหลือ 64,042 บาท
ออมทรัพย์ 0.25%80,289ดอกเบี้ยรวม 11 ปี 1,089 บาท
ฝากประจำ 12 เดือน 0.75%82,520ดอกเบี้ยรวม 3,320 บาท
หุ้นไทย - ราคาอย่างเดียว86,633+9.4%
หุ้นไทย + ปันผล101,899+28.7% · มากกว่าออมทรัพย์ 21,610 บาท

ข้อสำคัญเรื่องความซื่อสัตย์ของตัวเลข: เราใช้สมมติฐานปันผลเพียง 3% ต่อปี ทั้งที่อัตราปันผลของตลาดหุ้นไทยตอนนี้อยู่ที่ 4.1% (รายงานภาวะตลาด SET ก.ค. 2569) เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์สวยเกินความจริง

ด้านที่คนไม่ค่อยพูด - 9 ใน 110 ช่วง ขาดทุน

ตัวเลขข้างบนคือผลของช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เราจึงทดสอบใหม่โดยเลื่อนจุดเริ่มต้นทีละเดือนตลอด 20 ปี ได้ทั้งหมด 110 ช่วง ของการทยอยซื้อ 11 ปีเหมือนกันเป๊ะ

  • ชนะเงินฝาก 101 ช่วง
  • ขาดทุน 9 ช่วง - ราว 8% ของจุดเริ่มต้นทั้งหมด
  • ช่วงแย่ที่สุด (ก.ค. 2557 - มิ.ย. 2568): ใส่ 79,200 เหลือ 67,684 บาท คือ −14.5% และแพ้บัญชีออมทรัพย์อยู่ 12,605 บาท
  • ช่วงดีที่สุด (ก.พ. 2550 - ม.ค. 2561): ได้ 175,166 บาท คือ +121.2%

เงินเท่ากัน วิธีเท่ากัน ระยะเวลาเท่ากัน แต่ผลต่างกันสองเท่าครึ่ง เพราะจุดเริ่มต้นไม่เหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ต้องบอกลูกก่อนเริ่ม ไม่ใช่บอกทีหลัง

ภาพแท่งแสงจำนวนมากเรียงกันบนพื้นตาราง ส่วนใหญ่เป็นสีเขียวชี้ขึ้น มีส่วนน้อยสีแดงชี้ลงใต้เส้นฐาน
จาก 110 ช่วงที่ทดสอบ มี 9 ช่วงที่จบด้วยเงินน้อยกว่าที่ใส่เข้าไป - ส่วนน้อย แต่มีจริง

หุ้นไทย 10 ปีเต็มไม่ไปไหน แล้วปีเดียวบวก 29.1%

สิ้นปี 2558 ดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 1,288.02 ผ่านไปสิบปีเต็ม สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1,259.67 คือติดลบ 2.2% ในสิบปี

ลองคิดตาม ถ้าเด็กคนหนึ่งเริ่มลงทุนตอนอายุ 7 ขวบในปีนั้น พออายุ 17 เขาจะสรุปว่า "ลงทุนมาสิบปี ไม่ได้อะไรเลย" แล้วอาจเลิกไปตลอดชีวิต

แต่ปีนี้ปีเดียว ตั้งแต่ต้นปีถึง 17 ส.ค. 2569 ดัชนีขึ้นจาก 1,259.67 มาที่ 1,626.44 คือ +29.1% ในเวลาไม่ถึงแปดเดือน คนที่ทนอยู่ได้ผลตอบแทนของสิบปีมาในแปดเดือน คนที่ยอมแพ้ตอนสิ้นปีที่แล้วไม่ได้อะไรเลย

และต้องบอกด้านที่เจ็บด้วย: ในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยเคยลงจากจุดสูงสุดถึง 55.7% ในวิกฤตปี 2551 ถ้าตอนนั้นพอร์ตของลูกมีหนึ่งแสนบาท เขาจะเห็นตัวเลขในจอเหลือสี่หมื่นกว่าบาท

ตัวเลขที่สำคัญที่สุด - ทำไมต้องเริ่มตั้งแต่ลูกยังเล็ก

เราคำนวณผลตอบแทนที่แท้จริงของการทยอยซื้อหุ้นไทย 20 ปีที่ผ่านมาได้ 6.58% ต่อปี ตัวเลขนี้ผ่านทั้งวิกฤตปี 2551 ทั้งโรคระบาด และทั้งสิบปีที่ตลาดไม่ไปไหน แล้วเอาไปเทียบสองครอบครัว ที่เก็บวันละ 20 บาทเท่ากัน:

ครอบครัวเงินที่ใส่ตอนอายุ 60
เริ่มตอน 7 ขวบ · หยุดใส่ตอน 1879,2001,663,851
ลูกเริ่มเองตอน 25 · ใส่ยาวถึง 60252,000935,780

ครอบครัวแรกใส่เงินแค่ 31% ของครอบครัวที่สอง แต่ปลายทางมากกว่าอยู่ 728,071 บาท ความต่างทั้งหมดไม่ได้มาจากการเลือกหุ้นเก่งกว่า หรือจังหวะซื้อขายที่ดีกว่า มันมาจากอย่างเดียวคือ เวลา 18 ปีที่เริ่มก่อน

ถ้ามองใกล้กว่านั้น เด็กคนเดียวกันนี้ พออายุแค่ 30 เงินก้อนเดิมที่หยุดใส่ไปตั้งแต่ 18 จะกลายเป็นราว 245,916 บาท จากเงินที่พ่อแม่ใส่ไปเจ็ดหมื่นกว่าบาท

ภาพเส้นแสงสองเส้นบนเส้นเวลา เส้นสีทองเริ่มจากซ้ายสุดและปลายทางสูงกว่า เส้นสีน้ำเงินเริ่มทีหลังและปลายทางต่ำกว่า
เส้นทองเริ่มก่อน 18 ปีแล้วหยุดใส่เงิน เส้นน้ำเงินเริ่มทีหลังแต่ใส่ยาวกว่า - ปลายทางยังห่างกัน 728,071 บาท

งานวิจัยที่คนอ้างผิดมาตลอด

มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ปี 2556 ที่คนชอบอ้างกันมาก ประโยคที่คนเอาไปพูดต่อคือ "นิสัยเรื่องเงินของคนเราก่อตัวตั้งแต่อายุประมาณ 7 ขวบ" ซึ่งถูก แต่คนมักหยุดอ่านแค่ตรงนั้น

รายงานฉบับเดียวกันสรุปอีกอย่างที่สำคัญกว่ามาก และแทบไม่มีใครพูดถึง คือ การสอนความรู้ทางการเงินแบบบอกตรง ๆ กับเด็กเล็ก มักไม่ได้ผลในการเปลี่ยนพฤติกรรม สิ่งที่มีผลจริงคือสิ่งที่เด็กได้เห็นจากคนในบ้าน และสิ่งที่เด็กได้ลงมือทำเองในชีวิตประจำวัน

แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ คือ นั่งสอนลูกเรื่องดอกเบี้ยทบต้นสามสิบนาที ได้ผลน้อยกว่าการให้เขาเห็นคุณจดรายจ่ายทุกวัน หรือให้เขาเป็นคนจ่ายเงินเองที่เคาน์เตอร์

5 วิธีที่สอดคล้องกับงานวิจัย และทำได้จริงตั้งแต่พรุ่งนี้

  1. ให้ลูกยื่นเงินและรับเงินทอนเองที่แคชเชียร์ ตั้งแต่ยังเล็ก - การเห็นเงินออกจากมือตัวเองสอนได้มากกว่าคำอธิบายทั้งหมดรวมกัน
  2. ใช้กระปุกสามใบ: ใช้ / เก็บ / แบ่งปัน - ให้เด็กเห็นการแบ่งเงินด้วยตา ไม่ใช่ท่องจำเป็นกฎ
  3. เปลี่ยนค่าขนมจากรายวันเป็นรายสัปดาห์ เมื่อลูกโตพอ - ให้รายวันคือฝึกรอ ให้เป็นก้อนคือฝึกวางแผน
  4. ให้ลูกเห็นคุณจัดการเงินของจริง - เห็นตอนจดรายจ่าย เห็นตอนบอกว่าเดือนนี้ไม่ซื้อเพราะยังไม่จำเป็น
  5. ถ้าจะให้เห็นการลงทุนจริง ให้ดูปีละครั้ง ไม่ใช่ทุกวัน - เริ่มจากพอร์ตเล็กมากที่ขาดทุนก็ไม่กระทบชีวิต ถ้าดูทุกวันเด็กจะเรียนรู้ความตื่นเต้นกับตัวเลขแดงเขียว ซึ่งตรงข้ามกับความอดทนที่เราอยากปลูกฝัง

เปิดบัญชีอะไรให้ลูกได้บ้างในไทย

ช่วงอายุเปิดได้ยังเปิดไม่ได้
ต่ำกว่า 7 ขวบบัญชีเงินฝาก โดยพ่อแม่เป็นผู้ดูแลสลากออมทรัพย์ · กองทุน · หุ้น
7 - 14 ปีบัญชีเงินฝาก "พ่อแม่ เพื่อ ลูก" · สลากออมทรัพย์เมื่อมีบัตรประชาชนบัญชีกองทุน/หุ้นในชื่อตัวเอง
15 - 19 ปีบัญชีเงินฝากเองได้ด้วยบัตรประชาชนกองทุนต้องผ่านพ่อแม่ · บัญชีหุ้นในชื่อตัวเอง
20 ปีขึ้นไปเปิดได้เองทุกอย่าง-

เงื่อนไขของแต่ละธนาคารและโบรกเกอร์ต่างกันในรายละเอียด ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินโดยตรงก่อนดำเนินการ

4 สิ่งที่ไม่ควรทำกับเงินของลูก

  1. อย่าเอาเงินค่าเทอมหรือเงินฉุกเฉินไปลงทุน - เงินที่มีกำหนดใช้แน่นอน ไม่ควรอยู่ในที่ที่ราคาขึ้นลงได้
  2. อย่าสัญญากับลูกว่าเงินก้อนนี้จะโตเป็นเท่าไหร่ - ถ้าไม่เป็นอย่างที่สัญญา สิ่งที่พังไม่ใช่แค่พอร์ต แต่คือความเชื่อใจ
  3. อย่าให้ลูกเห็นแต่ตอนที่พอร์ตเป็นสีเขียว - วันที่ติดลบให้เขาเห็นด้วย และเห็นว่าคุณรับมือยังไงโดยไม่ตกใจ
  4. อย่าเริ่มด้วยสินทรัพย์ที่ผันผวนสูงเพราะอยากให้โตเร็ว - บทเรียนแรกจะกลายเป็นความเชื่อที่เขาถือไปตลอดชีวิต

สรุป

  • ออมทรัพย์ 0.25% เทียบเงินเฟ้อ 1.95% - เก็บเฉย ๆ คืออำนาจซื้อลดลงทุกปี
  • เก็บวันละ 20 บาท 11 ปี ในหุ้นไทย+ปันผล ได้มากกว่าออมทรัพย์ราว 21,610 บาท
  • แต่จาก 110 ช่วงที่ทดสอบ มี 9 ช่วงที่ขาดทุน และช่วงแย่สุดแพ้เงินฝาก 12,605 บาท
  • หุ้นไทยเคยไม่ไปไหนเลย 10 ปีเต็ม แล้วบวก 29.1% ในปีเดียว - สิ่งที่ต้องสอนลูกคือความอดทน ไม่ใช่ผลตอบแทน
  • งานวิจัยบอกว่าการสอนตรง ๆ ไม่ค่อยได้ผลกับเด็กเล็ก สิ่งที่ได้ผลคือสิ่งที่เขาเห็นเราทำทุกวัน

บทความนี้เป็นการให้ความรู้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้เขียนไม่ใช่ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. การลงทุนมีความเสี่ยง อาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน ผลในอดีตไม่ยืนยันผลในอนาคต


คำถามที่พบบ่อย

เก็บให้ลูกวันละ 20 บาท 11 ปี ฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่

เงินที่ใส่ไปทั้งหมด 79,200 บาท ถ้าอยู่ในบัญชีออมทรัพย์อัตรา 0.25% ต่อปี ดอกเบี้ยรวมตลอด 11 ปีคือ 1,089 บาท เฉลี่ยวันละราว 27 สตางค์ ถ้าเป็นฝากประจำ 12 เดือน 0.75% จะได้ดอกเบี้ยรวม 3,320 บาท

ลงทุนในหุ้นไทยดีกว่าฝากธนาคารเสมอไปไหม

ไม่เสมอไป เราทดสอบการทยอยซื้อดัชนีหุ้นไทยเดือนละ 600 บาทเป็นเวลา 11 ปี โดยเลื่อนจุดเริ่มต้นทีละเดือนตลอด 20 ปี ได้ทั้งหมด 110 ช่วง ผลคือชนะเงินฝาก 101 ช่วง และขาดทุน 9 ช่วง ช่วงที่แย่ที่สุดเหลือ 67,684 บาทจากเงินที่ใส่ไป 79,200 บาท ซึ่งแพ้บัญชีออมทรัพย์อยู่ 12,605 บาท

ทำไมต้องเริ่มเก็บให้ลูกตั้งแต่ยังเล็ก

เพราะเวลามีน้ำหนักมากกว่าจำนวนเงิน ถ้าใช้ผลตอบแทนจริงของการทยอยซื้อหุ้นไทย 20 ปีที่ 6.58% ต่อปี การเริ่มเก็บวันละ 20 บาทตอนลูกอายุ 7 ขวบแล้วหยุดใส่ตอน 18 ปี (รวม 79,200 บาท) จะได้ 1,663,851 บาทตอนอายุ 60 ขณะที่การเริ่มเองตอนอายุ 25 แล้วใส่ยาวถึง 60 (รวม 252,000 บาท) ได้ 935,780 บาท คือใส่เงินแค่ 31% แต่ปลายทางมากกว่า 728,071 บาท

เปิดบัญชีอะไรให้ลูกได้บ้างในประเทศไทย

ต่ำกว่า 7 ขวบเปิดได้เฉพาะบัญชีเงินฝากโดยพ่อแม่เป็นผู้ดูแล อายุ 7-14 ปีเปิดบัญชีเงินฝากในชื่อ พ่อแม่ เพื่อ ลูก และซื้อสลากออมทรัพย์ได้เมื่อมีบัตรประชาชน ส่วนกองทุนรวมและหุ้นต้องเปิดในชื่อพ่อแม่เพื่อผู้เยาว์ อายุ 15-19 ปีเปิดบัญชีเงินฝากเองได้ แต่บัญชีหุ้นในชื่อตัวเองยังเปิดไม่ได้จนอายุ 20 ปี เงื่อนไขแต่ละธนาคารและโบรกเกอร์ต่างกัน ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินโดยตรงก่อนดำเนินการ

⚠ ก่อนนำไปใช้

  • บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — ผู้เขียนไม่ใช่ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นภาพ ณ วันที่วัด และผลในอดีตไม่ยืนยันผลในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง
เริ่มเรียนฟรีบทแรก → อ่านบทความอื่น →