ทองโลก 4,366 ดอลลาร์/ออนซ์ บาททองคำ ≈68,500 (คำนวณ) BTC/USD 76,838
ข้อมูล ณ 11 ก.ย. 2569● คำนวณเองทุกตัวเลข
หน้าแรก/บทความ/ทองคำ · บิตคอยน์ · วัด 2,995 วัน
ทองคำ · บิตคอยน์ · วัด 2,995 วัน

บิตคอยน์คือ "ทองคำดิจิทัล" จริงไหม — ผมวัด 2,995 วันแล้วคำตอบคือไม่ใช่

เผยแพร่ 2026-08-20·ทีม Levels & Waves·ตัวเลขทุกตัววัดจากข้อมูลจริง
บิตคอยน์คือ "ทองคำดิจิทัล" จริงไหม — ผมวัด 2,995 วันแล้วคำตอบคือไม่ใช่

เวลาใครสักคนพูดถึงบิตคอยน์ในฐานะ "ที่หลบภัย" ประโยคที่ตามมาแทบทุกครั้งคือ บิตคอยน์คือทองคำดิจิทัล ฟังดูมีเหตุผล เพราะทั้งคู่มีจำนวนจำกัด ไม่มีรัฐบาลไหนพิมพ์เพิ่มได้ และคนซื้อทั้งสองอย่างด้วยเหตุผลคล้าย ๆ กัน

แต่ประโยคนี้เป็นข้อความที่ทดสอบได้ ถ้าบิตคอยน์คือทองคำดิจิทัลจริง มันควรจะเคลื่อนไหว เหมือนทอง อย่างน้อยก็ในภาพใหญ่ บทความนี้จึงไม่เถียงด้วยเหตุผล แต่วัดด้วยข้อมูล

ข้อมูลที่ใช้: ราคารายวันจริงของทองคำ 6,516 แท่ง และบิตคอยน์ 4,354 แท่ง ช่วงที่ทั้งคู่มีข้อมูลทับกันคือ 2,995 วัน · เทียบกับดัชนีแนสแด็ก 100, S&P 500, ดอลลาร์, โลหะเงิน และหุ้นรายตัว · ตัดแท่งของวันที่ยังไม่ปิดออกทุกครั้ง · คำนวณเองทุกตัวเลข ตรวจย้อนได้

ก่อนอื่น ปีนี้สองตัวนี้ไปคนละทางกันสุดขั้ว

ณ วันที่วัด ทองคำปิดที่ 4,489.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ห่างจากยอดปิดสูงสุดของตัวเอง −15.59% แต่ยืนอยู่บนเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันพอดี (ต่ำกว่าเพียง 0.08%) และถ้ามองย้อนไปหนึ่งปี ยัง +34.75%

บิตคอยน์ปิดที่ 64,681 ดอลลาร์ ห่างจากยอด −48.15% อยู่ใต้เส้น 200 วัน 6.32% และย้อนไปหนึ่งปี −30.22%

ตรงนี้มีคณิตศาสตร์ที่คนมักคิดผิด บิตคอยน์ลงมา 48% แต่ต้องขึ้นอีก 92.87% ถึงจะกลับไปที่ยอดเดิม เพราะขาลงคิดจากยอดที่ใหญ่ ส่วนขาขึ้นต้องคิดจากก้นที่เล็กลงแล้ว (เรื่องนี้เราเขียนไว้เต็ม ๆ ใน ลง 50% ต้องขึ้น 100%)

เงินก้อนเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน ผลต่างกัน 65 จุดเปอร์เซ็นต์ คำถามคือทำไม

ภาพเส้นแสงสองเส้นออกจากจุดเดียวกันที่ขอบซ้าย เส้นสีทองไต่ขึ้นอย่างมั่นคงไปทางขวา ส่วนเส้นสีแดงแยกตัวลงต่ำตั้งแต่ช่วงต้นและไม่กลับมาบรรจบกันอีก
เริ่มจากจุดเดียวกันเมื่อหนึ่งปีก่อน — ทองจบที่บวก 34.75% ส่วนบิตคอยน์จบที่ลบ 30.22%

วิธีวัด: เอาผลตอบแทนรายวันมาหาค่าความสัมพันธ์

ถ้าสองสิ่งเคลื่อนไหวไปทางเดียวกัน ค่าความสัมพันธ์จะเข้าใกล้หนึ่ง ถ้าไม่เกี่ยวกันเลยจะเข้าใกล้ศูนย์ และถ้าไปคนละทางจะติดลบ เราวัดบิตคอยน์เทียบกับทุกอย่างที่หาข้อมูลได้ ผลออกมาแบบนี้:

บิตคอยน์ เทียบกับค่าความสัมพันธ์คืออะไร
แนสแด็ก 100+0.247ดัชนีหุ้นเทคสหรัฐ
S&P 500+0.235ดัชนีหุ้นสหรัฐโดยรวม
โลหะเงิน+0.110โลหะมีค่า
ทองคำ+0.088สิ่งที่มันถูกเปรียบเทียบด้วย
โคคาโคล่า+0.047หุ้นน้ำอัดลม

อ่านตารางนี้ช้า ๆ อีกครั้งครับ บิตคอยน์เกาะกับหุ้นเทคมากกว่าเกาะกับทองเกือบสามเท่า และค่าที่มันเกาะกับทอง (0.088) แทบไม่ต่างจากค่าที่มันเกาะกับหุ้นน้ำอัดลม (0.047) ซึ่งไม่มีใครเรียกโคคาโคล่าว่าทองคำดิจิทัล

ตัวเลขเดียวไม่พอ — ต้องมีกลุ่มควบคุมและการทดสอบซ้ำ

ค่าความสัมพันธ์ค่าเดียวอาจเป็นเรื่องบังเอิญของช่วงเวลาที่เลือก เราจึงทำสองอย่าง

หนึ่ง สุ่มยกก้อนซ้ำ 4,000 รอบ เพื่อดูว่าถ้าเปลี่ยนชุดข้อมูลไปเรื่อย ๆ ส่วนต่างยังอยู่ไหม ผลคือส่วนต่างค่ากลางอยู่ที่ +0.1585 ช่วงเชื่อมั่น 95% คือ +0.1042 ถึง +0.2128 ซึ่งไม่คร่อมศูนย์ และเป็นบวกทั้ง 100% ของรอบ

สอง สร้างกลุ่มควบคุม โดยเอาวันของทองมาสลับแบบสุ่ม 2,000 รอบ ให้กลายเป็นตัวเลขที่ไม่มีความหมายอะไรเลย แล้วดูว่าค่าความสัมพันธ์แบบมั่ว ๆ หน้าตาประมาณไหน คำตอบคือค่ากลาง 0.012 และสูงสุดที่สุ่มได้คือ 0.062

เทียบกับของจริงที่ 0.088 แปลว่าความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับทองมีอยู่จริง — มันสูงกว่าค่ามั่ว ๆ — แต่มันเล็กมากจนแทบไม่มีประโยชน์ในการตัดสินใจอะไร

แล้วมันเคยเป็นทองคำดิจิทัลบ้างไหมในบางช่วง

อาจมีคนแย้งว่าค่าเฉลี่ยรวมสิบสองปีมันกลบช่วงที่มันทำตัวเหมือนทองไปหมด เราจึงเลื่อนหน้าต่าง 250 วัน ไปทั้งประวัติ ได้ 2,740 ช่วง แล้วนับว่ามีกี่ช่วงที่บิตคอยน์เกาะทองมากกว่าเกาะแนสแด็ก

คำตอบคือ 22.8% แปลว่าสามในสี่ของเวลาทั้งหมด มันทำตัวเป็นสินทรัพย์เสี่ยง ไม่ใช่ที่หลบภัย

ภาพสายแสงสีแดงจำนวนมากร่วงลงพร้อมกันทั้งจอ ท่ามกลางนั้นมีแถบแสงสีทองแนวนอนหนึ่งแถบที่นิ่งอยู่กับที่และเรืองแสง ขณะที่เส้นสีแดงอีกเส้นร่วงลงไปกับพวกเดียวกัน
วันที่หุ้นสหรัฐแย่ที่สุด 5% แรก — ทองขึ้น 55.7% ของวัน แต่บิตคอยน์ขึ้นแค่ 31.5%

บททดสอบที่ตรงประเด็นที่สุด — วันที่ตลาดพัง

ค่าความสัมพันธ์ยังไม่ใช่บททดสอบที่ดีที่สุด เพราะถ้าอยากรู้ว่าอะไรเป็นที่หลบภัยจริง ต้องไปดูวันที่คนต้องการที่หลบภัย

เราจึงคัดเฉพาะวันที่หุ้นสหรัฐแย่ที่สุด 5% แรก ได้ 149 วัน จาก 2,995 วัน วันเหล่านั้นดัชนี S&P 500 ลงค่ากลาง 2.27% แล้วมาดูว่าใครทำหน้าที่:

วันที่หุ้นแย่ที่สุดทองคำบิตคอยน์
5% แรก (149 วัน) · ค่ากลาง+0.16%−1.93%
5% แรก · สัดส่วนวันที่ขึ้น55.7%31.5%
1% แรก (29 วัน) · ค่ากลาง−0.13%−2.93%
1% แรก · สัดส่วนวันที่ขึ้น41.4%31.0%

ในวันที่ตลาดหุ้นพังหนัก ทองคำขึ้นมากกว่าครึ่งของวันเหล่านั้น ส่วนบิตคอยน์ลงตามหุ้น วันที่มันควรทำหน้าที่ของที่หลบภัยที่สุด มันไม่ได้ทำ

แต่ต้องพูดอีกด้านให้ครบ เมื่อบีบเหลือวันที่แย่ที่สุด 1% ทองก็ติดลบเหมือนกันและขึ้นเพียง 41.4% ทองคำไม่ใช่เกราะที่สมบูรณ์แบบ ในวันที่เลวร้ายที่สุดจริง ๆ ทุกอย่างถูกขายทิ้งพร้อมกันหมด เพียงแต่บิตคอยน์ยังแย่กว่าอยู่ดี ลำดับไม่เคยกลับ

ไม่ใช่แค่ทิศทาง ขนาดของความเสี่ยงก็คนละเรื่อง

วัดความเสี่ยงทองคำบิตคอยน์
ความผันผวนต่อปี16.6%59.7%
ขาดทุนสูงสุดจากยอดที่เคยเกิดจริง−44.4%−83.4%

ผันผวนต่างกันเกือบสี่เท่า ถ้าคุณใส่เงินเท่ากันในสองอย่างนี้ คุณไม่ได้รับความเสี่ยงเท่ากันเลย และการบอกว่า "แบ่งเงินครึ่งหนึ่งไปทอง ครึ่งหนึ่งไปบิตคอยน์" ไม่ได้แปลว่าแบ่งความเสี่ยงครึ่งต่อครึ่ง

แล้วทองคำเกาะอะไรจริง ๆ

ทองคำ เทียบกับค่าความสัมพันธ์อ่านว่าอย่างไร
โลหะเงิน+0.779สูงมาก เพราะเป็นโลหะมีค่าเหมือนกัน
ดอลลาร์ (DXY)−0.398ติดลบ — ดอลลาร์แข็ง ทองมักลง
S&P 500+0.0095แทบไม่เกี่ยวกันเลย

บรรทัดสุดท้ายคือหัวใจ ทองคำมีค่าความสัมพันธ์กับหุ้นเกือบเป็นศูนย์ และนั่นแหละคือคุณสมบัติที่ทำให้มันเป็นสินทรัพย์คนละกลุ่มจริง ๆ — คุณสมบัติที่บิตคอยน์ไม่มี

ภาพแท่งทองคำเรืองแสงบนพื้นมืด มีลำแสงวัดระยะสองเส้นยื่นออกมาจากแท่งเดียวกัน เส้นหนึ่งสั้นและนิ่ง อีกเส้นยาวกว่าและสั่นไหว เหมือนวัดของสิ่งเดียวกันแล้วได้สองคำตอบ
ทองก้อนเดียวกัน วัดเป็นดอลลาร์ห่างยอด 17.91% แต่วัดเป็นบาททองคำห่างแค่ 12.94%

ส่วนที่คนไทยต้องรู้ — เราไม่ได้ซื้อทองเป็นดอลลาร์

คนไทยซื้อทองเป็นบาททองคำ เราจึงมีตัวแปรเพิ่มมาอีกตัวที่คนอเมริกันไม่มี นั่นคือค่าเงินบาท

สูตรที่ควรจำ: ราคาทองแท่งไทย ≈ ราคาทองโลก (ดอลลาร์/ออนซ์) × ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ × 0.473
แทนค่าวันที่วัด: 4,366 × 33.10 × 0.473 ≈ 68,357 บาทต่อบาททองคำ
เป็นราคาอ้างอิงจากการคำนวณ ราคาประกาศจริงของสมาคมค้าทองคำมีส่วนต่างค่าดำเนินการและปรับเป็นรอบ ไม่ใช่เรียลไทม์

ผลของค่าเงินเห็นชัดที่สุดตรงนี้ — ทองก้อนเดียวกัน แต่เจ็บไม่เท่ากัน:

ห่างจากยอดสูงสุดของตัวเองระยะห่าง
ทองโลก (คิดเป็นดอลลาร์)−17.91%
ทองไทย (คิดเป็นบาททองคำ)−12.94%

ต่างกันเกือบ 5 จุดเปอร์เซ็นต์ เพราะปีที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนลง 2.10% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ คนไทยจึงเจ็บน้อยกว่าคนที่ถือทองเป็นดอลลาร์ แยกเป็นชั้น ๆ คือ ทองโลกหนึ่งปี +32.53% บวกผลค่าเงินอีก 2.10% กลายเป็นทองไทย +35.31%

แต่อย่าเข้าใจผิดว่าค่าเงินบาทคือเกราะ

ปีนี้บาทช่วย แต่นั่นไม่ได้แปลว่ามันเป็นตัวป้องกันความเสี่ยง ตัวเลขสองตัวนี้บอกความจริง:

  • จาก 4,986 วัน ที่วัด บาทเคลื่อนแรงพอจะพลิกทิศราคาทองไทยให้สวนกับทองโลกได้เพียง 15.0% ของวันทั้งหมด
  • และความผันผวนรายวันของทองไทยสูงกว่าทองโลกอยู่ 3.3% — ไม่ได้นิ่งกว่า

แปลว่าค่าเงินบาทเป็นแหล่งความผันผวนเพิ่ม ไม่ใช่ตัวลด ปีไหนที่บาทแข็ง มันจะกินผลตอบแทนกลับไปด้วยกลไกเดียวกันเป๊ะ (อ่านเรื่องสูตรทองไทยแบบละเอียดได้ที่ ราคาทองไทยคำนวณยังไง)

ข้อจำกัดของการวัดชุดนี้

  • วัดบนกราฟรายวันเท่านั้น ไม่ได้ทดสอบไทม์เฟรมอื่น
  • ค่าความสัมพันธ์เป็นค่าเฉลี่ยตลอด 12 ปี ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้จะเป็นแบบนี้
  • ราคาทองไทยเป็นตัวเลขคำนวณ ไม่ใช่ราคาประกาศของสมาคมค้าทองคำ
  • ไม่รวมค่าธรรมเนียม สเปรด และค่ากันเหมาของร้านทอง
  • บิตคอยน์มีข้อมูลเพียง 12 ปี ซึ่งสั้นมากเมื่อเทียบกับทอง ข้อสรุปยังเปลี่ยนได้ถ้ามีข้อมูลเพิ่ม และเป็นไปได้ว่าบิตคอยน์ยังอยู่ในช่วง "ยังไม่โต" ที่พฤติกรรมจะเปลี่ยนไปในอนาคต

สรุป

  • บิตคอยน์เกาะแนสแด็ก 0.247 แต่เกาะทองแค่ 0.088 — เกือบเท่าที่มันเกาะหุ้นโคคาโคล่า
  • ส่วนต่างนี้ยืนยันด้วย bootstrap 4,000 รอบ (95% CI ไม่คร่อมศูนย์) และกลุ่มควบคุมที่สุ่มได้สูงสุดแค่ 0.062
  • จาก 2,740 ช่วงเวลา บิตคอยน์เกาะทองมากกว่าเกาะแนสแด็กเพียง 22.8%
  • วันที่หุ้นพังหนัก ทองขึ้น 55.7% ของวัน บิตคอยน์ขึ้นแค่ 31.5% — แต่วันที่แย่สุด 1% ทองก็ไม่รอดเหมือนกัน
  • คนไทยต้องดูค่าเงินบาทเพิ่มเสมอ ปีนี้บาทช่วยไว้ แต่บาทไม่ใช่เกราะ มันคือความผันผวนเพิ่มอีกชั้น

สิ่งที่บทความนี้ไม่ได้บอก คือบิตคอยน์ดีหรือไม่ดี มันอาจเป็นสินทรัพย์ที่ดีในแบบของมันเอง แต่ถ้าคุณถือมันอยู่เพราะเชื่อว่ามันจะทำหน้าที่แบบทอง ตัวเลขทั้งหมดในหน้านี้บอกว่ามันไม่ได้ทำหน้าที่นั้น และการรู้ว่าสิ่งที่เราถืออยู่ทำหน้าที่อะไร สำคัญกว่าการรู้ว่าพรุ่งนี้ราคาจะไปทางไหน

บทความนี้เป็นการให้ความรู้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้เขียนไม่ใช่ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และไม่ได้ถือสินทรัพย์ที่นำมาวิเคราะห์ สินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งจำนวน ผลในอดีตไม่ยืนยันผลในอนาคต


คำถามที่พบบ่อย

บิตคอยน์คือทองคำดิจิทัลจริงไหม

จากข้อมูลรายวันจริง 2,995 วันที่ทั้งคู่มีข้อมูลทับกัน คำตอบคือไม่ใช่ บิตคอยน์มีค่าความสัมพันธ์กับทองคำเพียง 0.088 ขณะที่มีค่าความสัมพันธ์กับดัชนีแนสแด็ก 100 ถึง 0.247 คือเกาะหุ้นเทคมากกว่าเกาะทองเกือบสามเท่า และค่า 0.088 นั้นเกือบเท่ากับที่มันเกาะกับหุ้นโคคาโคล่าซึ่งอยู่ที่ 0.047

ทำไมถึงบอกว่าตัวเลขนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ

เราทดสอบสองชั้น ชั้นแรกคือสุ่มยกก้อน 4,000 รอบ ได้ส่วนต่างค่ากลาง +0.1585 ช่วงเชื่อมั่น 95% อยู่ที่ +0.1042 ถึง +0.2128 ซึ่งไม่คร่อมศูนย์ และเป็นบวกทั้ง 100% ของรอบ ชั้นที่สองคือกลุ่มควบคุม เราสลับวันของทองแบบสุ่ม 2,000 รอบ พบว่าค่าความสัมพันธ์แบบไม่มีความหมายมีค่ากลางเพียง 0.012 และสูงสุดที่สุ่มได้คือ 0.062 แปลว่าความสัมพันธ์ระหว่างบิตคอยน์กับทองมีอยู่จริงแต่เล็กมาก

ในวันที่ตลาดพัง ทองกับบิตคอยน์ทำตัวต่างกันอย่างไร

เราคัดเฉพาะวันที่หุ้นสหรัฐแย่ที่สุด 5% แรก ได้ 149 วัน วันเหล่านั้นดัชนี S&P 500 ลงค่ากลาง 2.27% ทองคำให้ค่ากลาง +0.16% และขึ้น 55.7% ของวันเหล่านั้น ขณะที่บิตคอยน์ให้ค่ากลาง −1.93% และขึ้นเพียง 31.5% คือบิตคอยน์ลงตามหุ้น ไม่ได้สวนทางแบบที่ที่หลบภัยควรทำ

แล้วทองคำเป็นเกราะที่สมบูรณ์แบบไหม

ไม่ใช่ และเราต้องพูดข้อนี้ให้ครบ เมื่อบีบให้แคบลงเหลือวันที่แย่ที่สุด 1% ซึ่งมี 29 วัน ทองคำก็ติดลบเช่นกันที่ −0.13% และขึ้นเพียง 41.4% ของวัน แต่บิตคอยน์ยังอยู่ที่ −2.93% ซึ่งแย่กว่ามาก ลำดับจึงยังเหมือนเดิมทุกกรณี

คนไทยต้องดูอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ

ต้องดูค่าเงินบาท เพราะราคาทองแท่งไทยประมาณเท่ากับ ราคาทองโลกเป็นดอลลาร์ต่อออนซ์ คูณค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ คูณ 0.473 ผลคือ ณ วันที่วัด ทองโลกห่างจากยอดสูงสุดของตัวเอง −17.91% แต่ทองไทยห่างยอดเพียง −12.94% เพราะเงินบาทอ่อนลงในช่วงเดียวกัน แต่อย่าเข้าใจผิดว่าค่าเงินคือเกราะ จาก 4,986 วัน บาทแรงพอจะพลิกทิศราคาทองไทยได้เพียง 15.0% ของวันทั้งหมด และทองไทยผันผวนกว่าทองโลกอยู่ 3.3%

⚠ ก่อนนำไปใช้

  • บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — ผู้เขียนไม่ใช่ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นภาพ ณ วันที่วัด และผลในอดีตไม่ยืนยันผลในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง
เริ่มเรียนฟรีบทแรก → อ่านบทความอื่น →