ทองโลก 4,366 ดอลลาร์/ออนซ์ บาททองคำ ≈68,500 (คำนวณ) BTC/USD 76,838
ข้อมูล ณ 11 ก.ย. 2569● คำนวณเองทุกตัวเลข
หน้าแรก/บทความ/บิตคอยน์ · สถิติย้อนหลัง
บิตคอยน์ · สถิติย้อนหลัง

ต่ำกว่ายอด 49.55% เข้าตอนนี้หรือรอ — ผมวัด 1,376 วันย้อนหลัง 13 ปี แล้วคำตอบพลิกตอนนับใหม่

เผยแพร่ 2026-08-16·ทีม Levels & Waves·ตัวเลขทุกตัววัดจากข้อมูลจริง
ต่ำกว่ายอด 49.55% เข้าตอนนี้หรือรอ — ผมวัด 1,376 วันย้อนหลัง 13 ปี แล้วคำตอบพลิกตอนนับใหม่

คำถามที่เราโดนถามมากที่สุดในสัปดาห์นี้มีอยู่ประโยคเดียว: บิตคอยน์ต่ำกว่ายอดสูงสุดของตัวเองไปแล้ว 49.55% — ตกลงเข้าตอนนี้ดีไหม หรือควรรอ

เราไม่ตอบด้วยความรู้สึก เราเปิดแท่งราคาจริงรายวัน 4,976 แท่ง ตั้งแต่ 2013-01-01 ถึง 2026-08-16 แล้วไล่หาทุกวันที่บิตคอยน์เคยอยู่ในสภาพเดียวกับวันนี้ เจอ 1,376 วัน จากนั้นวัดว่าสองทางเลือกให้ผลต่างกันแค่ไหนที่ 90 วันข้างหน้า และผลที่ได้พลิกกลางทาง — บทความนี้เล่าให้ครบ รวมทั้งตอนที่เราเกือบสรุปผิด

สภาพวันนี้: ปิดที่ 62,930 ดอลลาร์ · ต่ำกว่ายอดสูงสุด −49.55% · อยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน −9.12% · เด้งจากก้น 180 วันมาแล้ว +7.52% · ต้องขึ้นอีก 98.2% ถึงจะกลับไปที่ยอดเดิม

นิยาม "เหมือนวันนี้" — สามข้อที่ต้องครบพร้อมกัน

ก่อนวัดอะไรก็ตาม ต้องนิยามให้ชัดจนคนอื่นทำซ้ำได้ เราใช้สามเงื่อนไข และทุกข้อใช้เฉพาะข้อมูลที่มีถึงวันนั้น ไม่มีการมองอนาคตแม้แต่แท่งเดียว:

  1. ราคาต่ำกว่ายอดสูงสุดตลอดกาลอย่างน้อย 40% — วันนี้ −49.55%
  2. ราคาปิดยังอยู่ใต้เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน — วันนี้ −9.12%
  3. เด้งขึ้นจากก้นต่ำสุดในรอบ 180 วันแล้วอย่างน้อย 5% — วันนี้ +7.52%

แปลเป็นภาษาคน: ของลงมาลึกมาก ยังไม่ฟื้น แต่หยุดลงแล้วและเริ่มกระดิกขึ้น ซึ่งเป็นสภาพที่คนอยากเข้ามากที่สุด เพราะมันดูเหมือนก้นพอดี

ผลของ "เข้าตอนนี้" — และของเทียบที่ขาดไม่ได้

สมมติซื้อในวันที่เข้าเงื่อนไข แล้วเปิดดูอีกทีในอีก 90 วัน ทำแบบนี้ทุกวันที่เข้าเงื่อนไข เทียบกับกลุ่มควบคุมคือซื้อทุกวันแบบไม่เลือกจังหวะเลย:

แผนค่าเฉลี่ยค่ากลางโอกาสได้กำไรโอกาสขาดทุนเกิน 20%
เข้าเงื่อนไข (ดูเหมือนก้น)+8.7%−3.3%45.9%25.8%
ซื้อทุกวัน ไม่เลือกจังหวะ+33.8%+7.6%57.4%20.1%

อ่านตารางนี้ให้ดี: จังหวะที่ดูเหมือนของถูก กลับให้ค่ากลางติดลบ ขณะที่การซื้อมั่ว ๆ ทุกวันให้ค่ากลางเป็นบวก แถมยังเสี่ยงขาดทุนหนักมากกว่าด้วย — เสี่ยงกว่า แต่ได้น้อยกว่า และสังเกตว่าค่าเฉลี่ยกับค่ากลางเถียงกัน นั่นแปลว่ามีไม่กี่กรณีที่กำไรมหาศาลไปดันค่าเฉลี่ยขึ้น

แล้วถ้า "รอ" ล่ะ

คำว่ารอต้องนิยามให้วัดได้ เราใช้: ยังไม่ซื้อ จนกว่าราคาจะปิดกลับขึ้นไปยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เลือกเส้นนี้เพราะไม่ต้องเดา ไม่ต้องลาก และทุกคนเห็นตรงกัน และเราตั้งกติกาเข้มไว้ข้อหนึ่ง: ถ้ารอครบ 90 วันแล้วยังไม่ได้ไฟเขียว ถือว่าแผนรอได้ศูนย์ — ไม่ตัดกรณีพวกนี้ทิ้ง เพราะการตัดทิ้งคือการโกงตัวเอง

ผลคือแผนรอได้มากกว่าใน 58.4% ของวันทั้งหมด ส่วนต่างตรงกลาง 5.3 จุด แต่รายละเอียดข้างในเปลี่ยนความหมายของคำว่าชนะไปเลย: 49.9% ของวัน แผนรอคือการถือเงินสดอยู่เฉย ๆ ไม่ได้อะไรเลย แผนรอจึงไม่ได้ชนะเพราะทำกำไรเก่งกว่า — มันชนะเพราะมันไม่ขาดทุน

ภาพมาโครแผ่นแก้วบางหลายร้อยแผ่นอัดกันแน่นจนดูเหมือนก้อนเดียว แล้วแยกออกเป็นแผ่นหนาไม่กี่แผ่นทางขวา
แผ่นบางหลายร้อยแผ่นที่อัดกันแน่นจนดูเหมือนหลักฐานก้อนใหญ่ แต่พอแยกจริงเหลือแค่ไม่กี่แผ่น — นี่คือกับดักที่ใหญ่ที่สุดของบทความนี้

กับดักที่ใหญ่ที่สุด: 1,376 วัน ไม่ใช่หลักฐาน 1,376 ชิ้น

ตัวเลข 1,376 วันฟังดูเหมือนหลักฐานมหาศาล แต่ลองคิดตาม — วันนี้กับพรุ่งนี้ ราคาแทบไม่ต่างกัน เงื่อนไขก็แทบไม่ต่างกัน สองวันนี้จึงไม่ใช่หลักฐานสองชิ้น มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่ถูกนับซ้ำสองรอบ

พอมัดวันที่ติดกันเป็นช่วงตลาดเดียว (ห่างกันเกิน 180 วันจึงนับเป็นคนละรอบ) 1,376 วันนั้น เหลือช่วงตลาดที่แยกกันจริงแค่ 6 ช่วง

พอนับใหม่ คำตอบพลิก

และนี่คือจุดที่ทำให้เราต้องรื้อข้อสรุปเดิมทั้งหมด ข้อมูลชุดเดียวกันเป๊ะ เปลี่ยนแค่เกณฑ์ว่าห่างกันแค่ไหนถึงนับเป็นคนละรอบ:

วิธีนับจำนวนตัวอย่างค่ากลางของ "เข้าตอนนี้"โอกาสได้กำไร
นับเป็นวัน1,316−3.3%45.9%
ตัดรอบที่ 30 วัน11 ช่วง+19.7%80.0%
ตัดรอบที่ 60 วัน8 ช่วง+19.7%87.5%
ตัดรอบที่ 90 วัน8 ช่วง+19.7%87.5%
ตัดรอบที่ 180 วัน6 ช่วง+30.8%100.0%
ตัดรอบที่ 365 วัน4 ช่วง+30.8%100.0%

ไม่มีวิธีนับไหนถูกกว่ากันแบบชัดเจน และคำตอบก็ต่างกันคนละทาง เราจึงทดสอบด้วยวิธีที่เข้มที่สุดที่ทำได้ คือสุ่มหยิบช่วงตลาดมาสร้างโลกจำลอง 4,000 รอบ แล้วดูว่าค่ากลางของ "เข้าตอนนี้" ออกมาอยู่ในช่วงไหนได้บ้าง

คำตอบ: ตั้งแต่ −8.1% ไปจนถึง +24.2% — ช่วงนี้คร่อมศูนย์ แปลว่าข้อมูลที่มีอยู่ ตอบคำถามนี้ไม่ได้จริง ๆ คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ เราไม่รู้

ตาชั่งทองเหลืองโบราณอยู่ในสมดุลพอดี ถาดซ้ายวางแร่สีเขียว ถาดขวาวางแร่สีแดงน้ำหนักเท่ากัน
สองข้างหนักเท่ากันพอดี — เมื่อช่วงคำตอบคร่อมศูนย์ การฟันธงไปข้างใดข้างหนึ่งคือการเดา ไม่ใช่การวัด

แล้วอะไรที่รอดทุกวิธีนับ

เราไม่จบด้วยคำว่าไม่รู้เฉย ๆ เรากลับไปหาว่ามีอะไรบ้างที่ให้คำตอบเหมือนเดิมไม่ว่าจะนับแบบไหน และเจออยู่อย่างหนึ่ง — มันไม่ได้ขึ้นกับว่าเข้าหรือไม่เข้า แต่ขึ้นกับว่าเข้าเร็วแค่ไหน นับจากวันแรกที่แต่ละช่วงตลาดเข้าเงื่อนไข:

เข้าช่วงไหนของรอบจำนวนวันค่ากลางที่ 90 วันโอกาสได้กำไร
30 วันแรก180+19.9%67.2%
วันที่ 31–90260−10.3%26.9%
หลังวันที่ 90876−2.4%47.1%

ของถูกในสายตาคนส่วนใหญ่ มันถูกจริงแค่ช่วงแรกสั้น ๆ เท่านั้น แล้ววันนี้เราอยู่ตรงไหน — ช่วงตลาดรอบนี้เข้าเงื่อนไขครั้งแรกเมื่อ 2026-02-06 นับถึงวันนี้คือ 191 วัน เข้าไปแล้ว เราจึงอยู่ในกลุ่มขวาสุดของตาราง ย้ำอีกครั้งว่ารูปแบบนี้มาจากช่วงตลาดแค่ 6 ช่วง มันคือข้อสังเกต ไม่ใช่ข้อพิสูจน์

แบบเขียนแบบสีน้ำเงินเข้ม มีเส้นอ้างอิงแนวนอนสีทองด้านบนและเส้นประสีเขียวด้านล่าง พร้อมลูกศรบอกระยะจากจุดกึ่งกลาง
สองเส้นที่วัดได้จริงและไม่ต้องเดา — เส้นบนคือจุดที่ภาพเปลี่ยน เส้นล่างคือจุดที่เรื่องเดิมยังไม่จบ

สองเส้นที่ตัดสิน — วัดได้ ไม่ต้องเดา

เส้นระดับราคาต้องขยับเท่าไหร่
เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน (ไฟเขียว)69,242+10.03%
ก้นต่ำสุด 180 วัน (เรื่องเดิมยังไม่จบ)58,526−7.0%
ยอดสูงสุดตลอดกาล124,728+98.2%

ในอดีต 2 จาก 6 ช่วง (33%) ราคาหลุดก้นเดิมลงไปอีกภายใน 180 วัน — ไม่ใช่กรณีหายาก และอีกเรื่องที่ควรรู้: ทุกรอบที่บิตคอยน์เคยลงลึกเกิน 40% จากยอด มันกลับไปแตะยอดเดิมได้ทุกรอบจริง แต่ใช้เวลาตรงกลาง 847 วัน และรอบที่นานที่สุดใช้ถึง 1177 วัน ต่อให้เดาถูกว่ามันจะกลับ เวลาที่ต้องทนถือก็ยาวกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดไว้มาก

สามข้อที่เอาไปใช้ได้กับทุกสินทรัพย์

  • ถามว่านับมาจากกี่เหตุการณ์จริง ไม่ใช่กี่แถวในตาราง — พันกว่าแถวของเรากลายเป็นหกเหตุการณ์ แล้วคำตอบก็พลิก
  • ค่าเฉลี่ยกับค่ากลางถ้าเถียงกัน ให้เชื่อค่ากลางไว้ก่อน แล้วไปหาว่าใครดันค่าเฉลี่ย
  • การรอไม่ได้แปลว่าจะได้ราคาดีกว่า — มันแปลว่ายอมไม่ได้อะไรเลยครึ่งหนึ่งของเวลา เพื่อแลกกับการไม่เจ็บ

คำถามเดียวกันนี้เราเคยทดสอบกับหุ้นไทยมาแล้วใน"รอย่อค่อยเข้า" กับ SET50 ย้อนหลัง 30 ปี และคำตอบที่นั่นไม่เหมือนที่นี่ — ซึ่งเป็นเหตุผลที่เราไม่เคยยกข้อสรุปจากตลาดหนึ่งไปใช้กับอีกตลาดหนึ่ง ส่วนคณิตศาสตร์ของการติดลบว่าทำไมยิ่งลงลึกยิ่งกลับยาก อ่านต่อได้ที่ลง 50% ต้องขึ้น 100%

ข้อจำกัดที่ต้องบอกตรง ๆ

  • ช่วงตลาดที่เป็นอิสระจริงมีแค่ 6 ช่วง น้อยเกินกว่าจะสรุปอะไรหนักแน่นได้
  • ประวัติทั้งหมดของบิตคอยน์อยู่ในยุคที่ราคาขึ้นเป็นแนวโน้มใหญ่ อนาคตอาจไม่ซ้ำรอย
  • "เข้าตอนนี้" กับ "รอ" วัดหน้าต่างเวลาคนละช่วงกัน เป็นข้อจำกัดที่แก้ไม่ได้ในการเทียบแบบนี้
  • วัดจากราคาอย่างเดียว ไม่ได้ดูปัจจัยพื้นฐาน กระแสเงิน หรือข่าวใด ๆ

ตัวเลขทั้งหมดเป็นภาพ ณ 2026-08-16 ราคาขยับตลอด แต่วิธีตั้งคำถามใช้ได้ตลอดไป และถ้าอยากเรียนวิธีอ่านตัวเลขพวกนี้ด้วยตัวเองแบบคำนวณเป็น เริ่มได้ที่บทเรียนฟรีบทแรก


คำถามที่พบบ่อย

ตอนนี้บิตคอยน์ต่ำกว่ายอดสูงสุดเท่าไหร่ และต้องขึ้นอีกเท่าไหร่

ณ 16 ส.ค. 2569 ราคาปิดอยู่ที่ 62,930 ดอลลาร์ ยอดสูงสุดตลอดกาลคือ 124,728 ดอลลาร์ (6 ต.ค. 2568) คือต่ำกว่ายอด 49.55% และต้องขึ้นอีก 98.20% ถึงจะกลับไปที่ยอดเดิม

สถิติบอกว่าควรเข้าตอนนี้หรือรอ

ตอบไม่ได้อย่างมั่นใจ และนี่คือคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุด — ถ้านับเป็นวัน การเข้าตอนนี้ให้ค่ากลาง −3.3% ที่ 90 วัน แพ้การซื้อทุกวันแบบไม่เลือกจังหวะที่ +7.6% แต่ถ้านับเป็นช่วงตลาดอิสระซึ่งมีแค่ 6 ช่วง ค่ากลางกลับเป็น +30.8% เมื่อทดสอบด้วยการสุ่มยกก้อน 4,000 รอบ ช่วงคำตอบอยู่ที่ −8.1% ถึง +24.2% ซึ่งคร่อมศูนย์

ทำไม 1,376 วัน ถึงไม่ใช่หลักฐาน 1,376 ชิ้น

เพราะวันที่ติดกันมีราคาและเงื่อนไขแทบไม่ต่างกัน จึงเป็นเหตุการณ์เดียวกันที่ถูกนับซ้ำหลายรอบ เมื่อมัดวันที่ติดกันเป็นช่วงตลาดเดียว (ห่างกันเกิน 180 วันจึงนับเป็นคนละรอบ) 1,376 วันเหลือเพียง 6 ช่วงตลาดที่เป็นอิสระจริง

⚠ ก่อนนำไปใช้

  • บทความนี้เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน — ผู้เขียนไม่ใช่ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.
  • ตัวเลขทั้งหมดเป็นภาพ ณ วันที่วัด และผลในอดีตไม่ยืนยันผลในอนาคต การลงทุนมีความเสี่ยง
เริ่มเรียนฟรีบทแรก → อ่านบทความอื่น →